ระบบ POS ที่ใช้ได้ตอนเน็ตหลุด ทำงานยังไง ทำไมร้านไทยควรมี
เน็ตร้านหลุดแล้วขายต่อไม่ได้ = เสียยอดและเสียลูกค้า บทความนี้อธิบายว่าระบบ POS แบบออฟไลน์ทำงานยังไง ต่างกับ POS ที่ต้องออนไลน์ตลอดอย่างไร และร้านแบบไหนจำเป็นต้องมี

หลายร้านเคยเจอ: ลูกค้าต่อแถวอยู่ แล้วไวไฟร้านหรือเน็ตมือถือดับ ระบบคิดเงินค้าง ขายต่อไม่ได้ บางระบบถึงกับเปิดบิลไม่ได้เลย นี่คือเหตุผลว่าทำไม การใช้งานออฟไลน์ ถึงเป็นข้อที่ควรเช็กก่อนเลือกระบบ POS
POS ออนไลน์อย่างเดียว ต่างกับ POS ออฟไลน์ยังไง
ระบบ POS แบ่งกว้าง ๆ ได้สองแบบ
POS ที่ต้องออนไลน์ตลอด
ทุกการกดต้องคุยกับเซิร์ฟเวอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้าเน็ตช้าหรือหลุด หน้าจอจะค้างหรือขายไม่ได้ทันที เหมาะกับที่ที่เน็ตเสถียรมากเท่านั้น
POS ที่ทำงานออฟไลน์ได้
แอปเก็บข้อมูลสินค้าและเปิดบิลในเครื่องได้เอง ถึงเน็ตหลุดก็ยังขายต่อได้ พอเน็ตกลับมา ระบบจะ ซิงก์ ยอดขายและสต็อกขึ้นคลาวด์ให้อัตโนมัติ ข้อมูลไม่หาย
ระบบออฟไลน์ทำงานยังไง
อธิบายง่าย ๆ เป็น 3 จังหวะ
- ตอนปกติ ข้อมูลสินค้า ราคา และโปรโมชันถูกเก็บไว้ในเครื่องแล้ว
- ตอนเน็ตหลุด คุณยังเปิดบิล กดสินค้า รับเงินสด และพิมพ์ใบเสร็จได้ ทุกบิลถูกบันทึกไว้ในเครื่องก่อน
- ตอนเน็ตกลับมา บิลและการตัดสต็อกทั้งหมดจะถูกส่งขึ้นคลาวด์ ทำให้ยอดขายและรายงานตรงกันทุกเครื่อง
สิ่งที่อาจทำได้จำกัดตอนออฟไลน์คือฟีเจอร์ที่ต้องเช็กกับธนาคารแบบเรียลไทม์ เช่น การยืนยันยอดโอนเข้าทันที ส่วนการขายและออกใบเสร็จยังทำได้ตามปกติ
ร้านแบบไหนจำเป็นต้องมีออฟไลน์เป็นพิเศษ
- ร้านในตลาด งานอีเวนต์ หรือบูทที่สัญญาณไม่นิ่ง
- ร้านอาหารตามสั่งและสตรีทฟู้ด ที่ลูกค้าหมุนเร็ว หยุดขายไม่ได้
- คาเฟ่ และ ร้านชานม ช่วงพีคที่คิวยาว เสียจังหวะไม่ได้
- ร้านที่อยู่ในพื้นที่เน็ตไม่เสถียร
เช็กก่อนเลือก: คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการ
- ถ้าเน็ตหลุด ยัง เปิดบิลและรับเงินสด ได้ไหม
- ออกใบเสร็จตอนออฟไลน์ได้หรือไม่
- พอเน็ตกลับมา ข้อมูล ซิงก์อัตโนมัติ หรือต้องกดเอง
- ถ้าใช้หลายเครื่อง ยอดจะตรงกันไหมหลังซิงก์
คิดตังกับการใช้งานออฟไลน์
คิดตัง POS ออกแบบให้ขายต่อได้เมื่อเน็ตมีปัญหา โดยเก็บบิลไว้ในเครื่องก่อนแล้วซิงก์ขึ้นคลาวด์ให้เองเมื่อกลับมาออนไลน์ คุณจึงไม่ต้องหยุดขายเพราะไวไฟร้านสะดุด
อยากเลือกระบบให้ครบทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องออฟไลน์? อ่าน เช็กลิสต์ 8 ข้อก่อนเลือก POS ต่อได้เลย
